Trip นี้ไปพักผ่อนตากอากาศกันดีกว่า
สถานที่พักผ่อนที่ไหนของประเทศไทยที่น่าไปพักผ่อนมาก หลายคนคงมีคำตอบอยู่ในใจ
ว่าอยากจะไปที่ไหนกันบ้าง แต่ทริปนี้ได้มีโอกาสไปพักผ่อนที่เกาะหลีเป๊ะ 7 วัน นับว่าเป็น
ประสบการณ์์ที่ดีมากมากเลย เกาะหลีเป๊ะเป็นเกาะที่เงียบสงบ ยังไม่ค่อยมีผู้คนมากนัก แต่
ก็็เริ่มเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติมากขึ้นแล้วตอนนี้
เริ่มต้นการเดินทางก็ต้องมีการวางแผนการเดินทางก่อนเป็นอันดับแรก ต้องหาสมาชิก
เพื่อนร่วมทาง (และก็ร่วมหารด้วยจ้า) จัดเตรียมงบประมาณ (หมายถึง money น่ะ) ส่วน
สัมภาระเราน่ะเหรอก็เป้ใบเดียวเอง กะว่าจะหาเอาข้างหน้า ไม่แน่ใจหาไปหรือเปล่าเนี่ย!
Trip to Koh Tarutao , Koh Lepeh , Koh Adang , Koh Rawi (7 days)

วันที่ 1
รวมพลกันที่ทำงานก่อนเพื่อออกเดินทางไปสถานีรถไฟหัวลำโพงกัน เวลา 14:45 น. เิริ่ม
ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ โดยรถไฟหัวลำโพงขบวนกรุงเทพฯ - หาดใหญ่ (ขบวน Butterworth) ใครที่อยากนั่งต่อไปมาเลฯ สามารถไปได้กับขบวนนี้ได้เป็นขบวนรถไฟนอน
มี 2 ชั้น ชั้นบนที่ค่อนข้างจะแคบกว่าชั้นล่างที่นั่งของผู้โดยสารพอตกกลางคืน มันจะกลาย
เป็นที่นอน ประมาณ 2 ทุ่ม พนักงานจะเตรียมผ้าห่มปลอกหมอนผ้าปูที่นอน ซึ่งเค้าจัด
เตรียมได้อย่างคล่องแคล่วและรวดเร็วมาก ผู้โดยสารพร้อมนอนได้อย่างสบาย ซึ่งเราก็เป็น
คนหนึ่งที่ขอบอกว่านี่เป็นครั้งแรกที่ได้ขึ้นรถไฟนอน แถมยังต้องนอนชั้นบนด้วยแต่ยอมรับ
ว่าสามารถหลับบนรถไฟได้อย่างสบาย และเราชอบมากเลย น่าประทับใจจริงๆ กับครั้งแรก
ที่ได้นอนบนรถไฟจนคิดอยากจะนั่งไปถึงมาเลเซียเลย แต่เพื่อนๆในทีมนอนไม่ค่อยหลับ
กันแฮะ
วันที่ 2
เตรียมเก็บสัมภาระลงที่ี่สถานีรถไฟหาดใหญ่ ยังเช้าอยู่ประมาณ 7:00 น. แต่พร้อม ออกเดิน
ทางต่อสามารถไปใช้บริการห้องน้ำตามปั้มน้ำมัน ส่วนอาหารเช้าและเที่ยงก็หาซื้อเอา
ระหว่างทางน่าจะเป็นข้าวเหนียว กับไก่ทอดหาดใหญ่นะ ข้าวมันไก่ หรือจะเป็นข้าวหมกไก่
แล้วแต่ใครอยากจะกินอะไรก็หาทานกันได้ เดินทางมาถึงท่าเรือปากบาราพร้อมลงเรือ
สปี๊ดโบท (speed boat) เรือใช้เวลาประมาณ 30-45 นาทีถึงเกาะตะรุเตา พวกเราก็เดิมชม
เดินเที่ยว ถ่ายรูป บนเกาะนิดหน่อย แล้วก็พร้อมกันที่ท่าเรืออีกครั้งเพื่อเดินทางไปเกาะหลีเป๊ะ
กันต่อ ถึงเกาะหลีเป๊ะ (Koh Lipe) จะมีเรือหางยาวมารับอีกทอดเพื่อนำนักท่องเที่ยวขึ้นบนฝั่ง เมื่อถึงที่พัก เก็บสัมภาระเรียบร้อย ก็เิริ่มเดินเที่ยว หาของกิน และก็ถ่ายรูปกันบนเกาะ พอตก
กลางคืนค่อยออกมากินกันอีกรอบ เดินดูการเล่นไฟ บรรยากาศร้านอาหารจะจัดแบบโรแมนติก
แสงไฟสลัว ดูแล้วผ่อนคลายมาก
 |
วันที่ 3
ทานข้าวเช้า เตรียมตัวลงเรือ พร้อมลุย ดำน้ำ ทั้งวัน ถ้าเพื่อนๆ ยังไม่เคยดำน้ำำดูปะการัง
ขั้นต้นต้องเตรียมตัวฝึกการใช้สน็อคเกิลให้้ได้ก่อน จะได้สนุกกับการดำน้ำดูปะการังและ
ปลานานาพันธุ์ อย่างสนุกไม่ยอมกลับที่พักเลย เิริ่มต้น Trip ดำน้ำก็เหมาเรือหางยาว
ออกไปตามเกาะ เริ่มต้นที่เกาะหินซ้อนได้สัมผัสถึงความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่ช่าง
บรรจงสร้างขึ้นมาจริงๆ เพื่อนๆ ลองดูแล้วกันนะ น้ำใสเขียวเป็นสีมรกตแต่กระแสน้ำแรง
มากไม่สามารถดำน้ำดูปะการังได้ ต้องผ่านไปที่เกาะรอกลอย แล้วพวกเราก็ดำน้ำดู
ูปะการังกันที่นั่น แต่เราดำส่วนใหญ่เจอหอยเม่นเยอะมากเลย จากนั้นก็ไปทานข้าวเที่ยง
กันที่หาดทรายขาว เกาะราวี แล้วก็ดำน้ำดูปะการังกันที่นั่นอีก ที่นี่ปะการังสมบูรณ์มาก ถ้า
เพื่อนสามารถดำไปจนถึงฐานที่ 9 นะ เราดำไปจนถึงขอบอกสวยมากเลย แล้วพวกเราก็ไป
ต่อกันที่เกาะหินงาม พวกเราต้องพยายามเรียงหินกัน แล้วก็ขอพร มีความเชื่อว่าสำเร็จผล
นะ ต่อกันที่ดำดูปะการัง 7 สี ที่รองน้ำจาบัง กระแสน้ำแรงมากเลย หมดแรงกลับถึงที่พัก
กินข้าวเย็นต่างคนต่างพักผ่อนแล้วละ
วันที่ 4
ตื่นเช้า เตรียมเก็บสัมภาระ นั่งเรือต่อไปเกาะอาดัง เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ ไหนๆก็มาแล้ว ไปให้หมด ทุกเกาะ เลย ถึงเกาะอาดัง เข้าไปติดต่ออุทยานเพื่อติดต่อขอกางเต๊น คืนนี้ พวกเราจะนอนเต๊นกันที่เกาะอาดัง เก็บสัมภาระจัดแจงที่พักเรียบร้อย พวกเราก็เริ่มสำรวจ
เกาะอาดังกัน มีน้ำตกโจรสลัดด้วย พวกเราทั้งทีมก็ตกลงใจกันต้องไปสำรวจกันหน่อย
ไหนๆ ก็มาถึงแล้ว เดินกัน 3 กิโล ไปถึงน้ำตก แต่เสียดายมีน้ำไม่มาก แต่ขากลับนี่ซิ ต้อง
เดินกลับอีก 3 กิโล แต่ยังไหวอยู่ พอทน ตกกลางคืนท้องฟ้าช่างเป็นใจจริงๆ ช่วยประทาน
ฝนให้กับพวกเรา สงสัยกลัวว่าพวกเราจะโรแมนติกไม่พอแฮะ
วันที่ 5
เก็บสัมภาระเพื่อเตรียมเดินทางกลับมาขึ้นเรือ สปี๊ดโบทที่เกาะ หลีเป๊ะ เดินทางกลับ ท่าเรือ
ปากบารา แล้วก็ขึ้นรถกระบะ (เก่าๆ) อันนี้ไม่ได้พูดนะ แบบว่าพี่เค้าพูดเองอ่ะ เพื่อไป น้ำตกวังสายทอง แล้วก็เดินทางถึง วังแว่นรีสอร์ท ที่นี้ มีที่พักทั้ง กระท่อมไม่ไผ่ เต๊นให้เลือก เก็บสัมภาระเข้าที่พัก เดินเที่ยว หามุมหลับเอาแรง กันเอง หรือใครอยากจะลงไปนอนแช่น้ำก็ ตามสบาย เพราะที่พัก อยู่ติดกับ ลำธาร แต่พวกเราก็ไปสำรวจลำธารกับเรียบร้อย
มีการล่องแก่งกันด้วย แต่พวกเราไม่ได้ซื้อแพจเก็จ ก็อาศัยขอพี่แถวนั้นที่เค้าขนกันมาเอง
ขอพายเรือล่องแก่งกับเค้าบ้าง ก็สนุกดีแฮะ ตกเย็นก็สั่งอาหารบุบเฟ่ที่ Resort กินกัน
อาหารเค้าก็อร่อยดี แล้วก็เติมกับข้าวไม่อั้นด้วย เพื่อนเราพอรู้ว่าเติมกับข้าวไม่อั้นเท่านั้น
แหละ ไม่ยอมกินข้าวเลยแฮะ กินแต่กับอย่างเดียว หลังจากอิ่มเรียบร้อยแล้วก็แยกย้ายกันไป
นอน หลับฝันดีกันถ้วนหน้า
วันที่ 6
เก็บข้าวของ เตรียมตัวเดินทางกลับหาดใหญ่ กินข้าวเช้าเสร็จ ก็ลาเจ้าของ รีสอร์ท เดินทางกลับหาดใหญ่ แวะทานข้าวเที่ยง และ เล่นน้ำตกที่ น้ำตกโตนงาช้าง พร้อมกันที่รถเดินทางกลับเข้า หาดใหญ่ถึงหาดใหญ่ เข้าที่พัก พักผ่อน รอแดด ร่มลมตก ออกหาของอร่อยๆ ในหาดใหญ่ ใส่ท้องกัน ออกไป ชิมฝีมือ ชาชัก& โรตีทิชชู แห่งเมืองหาดใหญ่ กลับที่พัก นอนเอาแรงไว้ ช๊อปปิ้ง ตอนเช้า
วันที่ 7
ขึ้นเครื่องบินสายการบิน Air Asia กลับกรุงเทพฯ ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ เดินทางกลับบ้าน
ใครบ้านมันแล้ว มีความสุขกับ Trip นี้มากเลย จนบอกเจ้านายว่าอยากจะอยู่เกาะ ไม่อยาก
กลับมาทำงานที่กรุงเทพฯ เลยละ Trip หน้าจัดกันใหม่อีกนะเพื่อนๆ แล้วเจอกันจ้า
|